เดินคนเดียวมันเหงา ไป trekking เนปาล เส้นทาง Annapurna กับเราไหม ตอนที่ 1

แนวเขาหิมาลัย แนวเขาที่สูงที่สุดในโลก อีกหนึ่งทางเดินเขาในฝันของคนอีกจำนวนไม่น้อย ShopBack Blog พาเที่ยวหิมาลัย กับ คุณ สมาชิกเลขลำดับ 982458 พาไป trekking เนปาล กับทางการเดินเขา Annapurna การเดินทางจะต้องตระเตรียมอะไรบ้าง การเดินทางเป็นเยี่ยงไร หาคำตอบได้จากเนื้อหานี้ได้เลย

เมื่อตอน วันคริสต์มาส 2019 ก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาศไป trekking เนปาล ที่แนวเขาหิมาลัย ชึ่งเป็นแนวเขาที่เปรียบเหมือน หลังคาของโลก เนื่องจากเป็นแนวเขาที่จัดว่า เยอะที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับผมแล้ว มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย สำหรับการไป trekking คราวนี้ เพราะเหตุว่าอะไรก็ดูเหมือนจะใหม่ไปหมด สำหรับผม ไม่ว่าจะเป็น การเที่ยวต่างชาติผู้เดียว นี้ถือได้ว่าทีแรกในชีวิตเลย ที่ผมเดินทางออกนอกเมืองไทย ผู้เดียวโดยที่ภาษา อังกฤษ ก็ยังไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไหร่ การ Trekking ผู้เดียว นี้ก็ถือได้ว่าคราวแรกอีกเช่นกัน ที่ไป trekking เนปาล ผู้เดียว โดยไม่มีไกด์นำทางหรือลูกหาบช่วยหามกระเป๋า 17 กก.ให้ บอกก่อนเลยว่าในชีวิตนี้ผมไม่เคย Trekking แบบจริงๆจังๆมาก่อนเลย แม้กระทั้งในประเทศไทยเองก็ตาม ท่องเที่ยวหิมาลัยสภาพภูมิอากาศที่หนาวมากมายๆติดลบถึง -20 องศา นี้ก็อีกเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เกิดขึ้นมาไม่เคยไปไหน ที่มีอุณหภูมิ ต่ำลงมากยิ่งกว่า 10 องศาเลย นี้ถือได้ว่าปัญหาใหญ่มากๆสำหรับผู้ที่เตรียมพร้อมน้อยแบบผม แม้กระนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ควรจะมีคำว่า ” คราวแรก ” เสมอ ถ้าหากพวกเราไม่กล้าผ่านผ่าน หนแรกมาพวกเราก็จะไม่มีครั้งถัดไป

จุดกำเนิดของการไป trekking เนปาล ทาง Annapurna circuit ในคราวนี้ เกิดขึ้นมาจาก การที่ผมคิดต้องการจะทดลองท่องเที่ยวต่างแดน
แบบที่มันมองผิดแผกออกไปจากคนอื่นบ้าง ท่องเที่ยวหิมาลัยเผื่อจะได้พบตัวตนที่จริงจริงของตน ฮ่าฮ่าๆก็ว่ากันไป

ผมหาข้อมูลมาครู่หนึ่ง และก็ มีตัวเลือกให้เลือกในหัวจำนวนมากไปหมด เลือกผิดเลย จนได้ไปพบหัวข้อหนึ่งในพันทิป คลิก ทางผู้ตั้งกระทู้เขียนไว้ดีเยี่ยมๆนับว่าเป็นหัวข้อแรกที่ผมอ่านจบทุกตัวเขียน รวมทั้งเป็นจุดเริ่มสำหรับในการท่องเที่ยวคราวนี้เลยขอรับ ตามไปดูกันเลยครับผมว่า 14 วัน ผู้เดียวในเนปาลจะเป็นเยี่ยงไร ผมลืมบอกไปขอรับ ผมไม่ใช่ ช่างถ่ายภาพครับผม รูปที่ถ่ายทั้งหมดทั้งปวง 95 % มาจากกล้องถ่ายรูปโทรศัพท์เคลื่อนที่ Samsung Galaxy S10 + และก็ 5% มาจากกล้องถ่ายภาพ Gopro รูปบางทีก็อาจจะมองยาวๆใหญ่ๆแปลกๆและไม่ค่อยชัดมากแค่ไหนครับผม

จัดแจงก่อนเริ่มเดินทาง
ทางนี้มีระยะทางสำหรับเพื่อการ trekking รวมกันคงจะราว 200 กม.เลยจ๊ะนะครับ ถ้าหากจะเดินกันจริงๆจังๆจาก Besisahar ถึง Jomsom สำหรับผม คงจะใช้เวลาราวๆ 20+ วัน ได้เลยจ๊ะนะครับ แม้กระนั้นสำหรับ มือใหม่อย่างผม พลังกายก็ไม่ค่อยจะออก ออกแต่ว่ากำลังคอ หาเวลามาได้ 14 วัน ก็นับว่าเยอะแยะเอามากๆเลยจ๊ะขอรับ กลับไปปฏิบัติงานอีกครั้ง ไม่เคยทราบว่าเขาจะไล่ออกเลยไหม ฮ่าๆเล่นลากันผ่านปีอย่างยิ่งจริงๆ

เมื่อมองในแผนที่จะสังเกตุมีความคิดเห็นว่า ผมจะเริ่ม Trek ที่หมู่บ้าน Chame ครับ เพื่อจะย่นเวลาให้สั้นลง สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยอย่างผม ทาง Annapurna circuit จะมีรถยนต์ Jeep ขึ้นไปถึงยังหมู่บ้าน Manang เลยคะนะครับ ถ้าหากผู้ใดกันมีเวลาน้อยกว่านี้ สามารถนั่งรถยนต์ขึ้นไปยังหมู่บ้าน Manang ได้เลยจ้ะนะครับ ค่าโดยสาร Jeep จากเมือง Besisaha ไปหมู่บ้าน Manangราคา 3,000 รูปีเนปาล ต่อคนครับผม ส่วนค่าเดินทาง Jeep จากเมือง Besisaha ขึ้นมาที่หมู่บ้าน Chame อยู่ที่ 2,000 รูปี ใช้เวลาสำหรับเพื่อการเดินทาง 6 ชั่วโมงกว่าเลยครับผม ระยะทางเพียงแค่ 60 กว่ากิโลเอง

จุดสีฟ้าในแผนที่ นั้นเป็นหมู่บ้านที่ผมนอนค้างคืน ส่วนสีส้มเป็นหมู่บ้านที่ผมเดินทางผ่าน ชึ่งแต่ละหมู่บ้าน จะมีโฮเต็ลอยู่พอควรเลยจ้ะครับผม หากพวกเราเดินไปไม่ถึงจุดที่พวกเราแพลนลานเอาไว้ พวกเราก็สามารถนอนค้างคืน ยังหมู่บ้านนั้นๆได้นะครับ รีสอร์ทราคาถูกขอรับ มีตังแม้กระนั้น 100 – 400 รูปี ถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็ 30 -120 บาท ส่วน wifi แล้วก็ น้ำอุ่นสำหรับอาบ แทบมีทุกเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เลยคะครับผม เมื่อก่อนเข้าพักควรจะซักถามให้เป็นระเบียบก่อน ไม่เช่นนั้นบางทีก็อาจจะถูกคิดบัญชีเพิ่มได้ครับผม ในส่วนของกินไม่ต้องกลัวนะครับทุกเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์มีแน่ๆ เนื่องจากทางนี้ นักเดินทางมาแทบตลอดอยู่แล้ว ราคาของกินถือแพงใช้ได้เลยครับผม ยิ่งสูงยิ่งแพงขอรับ แม้กระนั้นก็รู้เรื่องได้ครับผมเนื่องจาก บางบังกะโลรถยนต์เข้าไม่ถึงจำต้องใช้คนหามขึ้นไป ใช้เวลายาวนานหลายวันเช่นกันขอรับ

แนวทางเดินทางวันต่อวัน
Bangkok > Malaysia > Nepal
Kathmandu ( ทำ permit+ท่องเที่ยวบริเวณKatmandu )
Kathmandu > Besisahar > Chame
Chame > Upper pisang
Upper pisang > Bhraka
Barka > Shree kharka
Shree kharka > Tilicho besecamp > Tilicho leke > Tilicho besecamp
Tilicho besecamp > Leder ( Khangsar > Yak kharka)
Leder (Yak kharka) > High camp
High camp > Tharung la pass > Muktinath
Muktinath > Pokhara > Kathmandu
Kathmandu
Kathmandu
Kathmandu > Malaysia > Bangkok

พร้อมแล้วไปเก็บ กระเป๋ากันเลยค่ะนะครับ เมื่อได้ของมาครบแล้ว ทดลองเอายัดๆใส่กระเป๋า 38+10 ลิตร งานเข้าครับผม ยัดใส่ไม่หมด
จำต้องเสียตังค์ชื้อกระเป๋าใหม่อีกแล้ว ไหนๆก็จะชื้อใหม่เลยจัด 65 ลิตรไป ต่อนี้ไปใส่น้อยเกินไปก็ให้มันทราบไป

ของหวาน มาม่า ของกินชองอีก มากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมด ยัดมันเข้าไป ก่อนวันเดินทางทดลองชั่งน้ำหนักมอง 17 กีโลกรัม ทดลองสพายมอง โอ้ยเพียงนี้สบายๆ หึ..หึ..ขอบอกนี้เลยว่า อย่าเอาของไปเยอะแยะขอรับ ถ้าหากคิดจะหามเอง

เริ่มเริ่มเดินทางกันเลย!

วันที่ 1 : Bangkok > Malaysia > Nepal
ผมเดินทางด้วยสายการบิน Malaysia Airlines ครับ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แวะเปลียนเครื่องที่ท่าอากาศยาน กัวลาลัมเปอร์ ก่อนจะบินไปยังประเทศเนปาล ได้ตั๋วมาได้ในราคา 4xxx กว่าบาท ฟรีน้ำหนักกระเป๋า 20 กีโล ถึงว่าเจ๋งเลยครับผม

เริ่มเดินทางจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่บ่าย 2 ถึงท่าอากาศยานเนปาล 4 ทุ่มกว่า นานใช้ใด้เลย เมื่อถึงท่าอากาศยาน ก้าวออกมาจากเครื่อง บอกได้เลยว่าอากาศดีเยี่ยมๆเย็นสบาย 8 องศาสวมเสื้อแขนยาวชิวๆไปขอรับ

แต่ว่ากว่าจะผ่าน กองตรวจคนเข้าเมือง มารับกระเป๋า แทบเที่ยงคืน เสียเวล่ำเวลากับการต่อคิวกรอกใบ กองตรวจคนเข้าเมือง อยู่นานมาก เครื่องมีน้อยและไม่ค่อยมีเจ้าหน้าเจ้าตาครั้งรอให้คำปรึกษา ทำให้แต่ละคนกรอกช้ามา เมื่อเดินจากท่าอากาศยานท่าอากาศยานตรีภูเขาวัน มีคนขับแท็กซี่ มารุมล้อมราวกับผมเป็นดารานำชายประเทศเกาหลีเลยครับผมกล่าวกันแซ่ด ฟังไม่ออกสักคำ รอแต่ว่าจะแย่งถือกระเป๋าให้ผมสิ่งเดียว ผมถึงกับจำเป็นต้องเดินหนีเลยขอรับ แม้กระนั้นพี่เอ็งก็เดินตามไม่หยุดเลย จะลากผมขึ้นรถสิ่งเดียวเลย พอเพียงถามราคาค่าพาหนะไปทาเมล พี่มึงจะเอาตั้ง 1,200 รูปี จัดว่าแพงมากมาย ผมเดินหนีสิ่งเดียว จนถึงมีพี่คนหนึ่งก็เดินตามผมมาบอกว่า 800 รูปี ผมก็เลยตอบตกลงโดยทันที มืดค่ำแล้วด้วยเลยไม่ได้อยากจะต่อ คืนแรกผมพักในเขตทาเมล เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ชื่อ The Glasshouse Hotel คืนละ 260 บาท รวมข้าวเช้าด้วยครับผม นับว่าคุ้มมากมายนะครับ บ้านพักนอนสบาย มีอีกทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัว แล้วก็ห้องรวม 8 เตียง ของกินก็อร่อย ผู้ครอบครองสนิทสนมมากมายขอรับ

วันที่ 2 : เมืองกาฐมาณฑุ
วันนี้ผมตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เลย เป็นด้วยเหตุว่าตื่นเต้น หรือสงสัยยังปรับพฤติกรรมมิได้เนื่องจากขณะที่ประเทศเนปาล จะช้ากว่าเมืองไทยอยู่ 1 ชั่วโมง 15 นาที ตื่นมาและก็ไปรับแสงสว่างแรกของเนปาลกันหน่อยก่อนที่จะพวกเราจะไป Trekking พวกเราจำเป็นจะต้องมาทำ Permit เพื่อขอสำหรับการ Trekking ก่อนครับผม หากพวกเราไร้ใบอนุญาต พวกเราจะไม่อาจจะไป trekking เนปาล ได้ครับผม ด้วยเหตุว่ากลางทาง จะมีข้าราชการรอเช็คที่จุดเช็คพ้อยท์ อยู่เสมอทาง ชึ่งพวกเราสามารถไปทำเป็นที่นี้เลยจ๊าขอรับ Nepal tourism Board ห่างจากทาเมลไม่ไกลขอรับ เดินมาโดยประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้วครับผม นับว่าฝึก Trek ก่อนลงสู่สนามจริง Permit ที่พวกเราจำเป็นที่จะต้องทำสำหรับเพื่อการไปTrekking ทาง Annapurna circuit มี 2 ตัวครับเป็นTIMS รวมทั้ง ACA

เสร็จแล้วเดิน เดิน กันต่อ วันนี้นับได้ว่าเป็นวันฝึกซ้อมเดินครับ เดินไปที่ สยมภูเขาวนาถ กันต่อ วัดสยมภูเขาวนาถ นี้นับว่าเป็นวัดที่โบราณที่สุด ของประเทศเนปาล แก่มากยิ่งกว่า 2,000 ปี อย่างยิ่งจริงๆ พวกเราใช้เวลาเดินนานพอเหมาะพอควร 50 กว่านาคราวได้ ไหนจะเดินขึ้นบันไดมาอีก อ่อนแรงพอควร ฮ่าๆๆวันแรกก็ออกอาการชะแล้ว จะรอดไหมเนี้ย

อ่อนเพลียๆกันแล้วหาอะไรกินกันดียิ่งกว่า Jhol momo เค้าหน้ามองน่าลิ้มลองเอามาก ไหนทดลองสั่งมาดูสักนิดสักหน่อย หืมัธยม.รสดังคานหามซ่าของบ้านพวกเราเลย แม้กระนั้นกลิ่นเครื่องเทศแรงมากมาย รับประทานไปได้ 5 คำรู้สึกมันๆ

หมดไปแล้วอีกวัน ช่างหมดเร็วอย่างยิ่ง วันนี้ก็ขอกลับไปนอนพักให้สุดกำลัง เพราะว่าวันพรุ่งเป็นของแท้ เป็นวันทีจะต้องเริ่มเดินทางอีกรอบ

วันที่ 3 : จาก Kathmandu (460 m.) > Besisahar (760 m.) > Chame (2,720 m.)
วันนี้ผมตื่นตั้งแต่รุ่งเช้า เนื่องจากจะต้องเดินทางออกชานเมือง เพื่อไปยัง Besi Sahar เป็นเมืองเริ่มของการ trekking เนปาล เมื่อคืนนี้ผมได้แจ้งกับทางโฮเต็ล ให้ทางโฮเต็ลเรียกรถแท็กซี่มารับราว 6นาฬิกาตอนเช้า เพื่อไปยังท่ารถบัสที่จะไปเมือง Besi Sahar ในการเดินทางไปยัง Besi Sahar จะมีอีกทั้งรถตู้ รถบัส แล้วก็เหมาแท็กซี่ ไปครับ ตอนแรกผมตั้งอกตั้งใจจะไปรถบัส เพราะว่ามีความรู้สึกว่าคงจะนั่งสดวกสบายกว่าแต่ว่าไม่เคยทราบว่าติดต่อสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หรืออย่างยังไง พี่แท็กซี่มึงพามาส่งที่ท่ารถตู้เฉยเมยเลย ตอนคุยกันในรถยนต์ตกลงกันว่าจะไปท่ารถไมโครบัส เพียงพอไปถึงผมถึงกับ งงเต็ก พึ่งมารู้คราวหน้างว่า รถตู้คนเนปาลจะเรียกว่ารถไมโครบัสไหนๆก็มาละ รถตู้ก็ได้วะ ส่วนค่าเดินทางแท็กซี่ จากรีสอร์ทไปยังท่ารถบัส ราคา 500 รูปีใช้เวลาสำหรับในการเดินทาง 30 นาที พอเพียงไปถึงยังท่ารถยนต์ รถยนต์คันแรกกำลังจะออกพอดิบพอดี เลยรีบขึ้นไป ไม่ได้มีการถ่ายรูปเก็บไว้เลยครับผม ค่าพาหนะราคา 600 รูปี ครับผม

และก็แล้วพวกเราก็มาถึงยังเมือง Besi Sahar จัดว่ามาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ รถตู้มาหยุดถูกจุดที่ มีรถยนต์ต่อขึ้นไปยังหมู่บ้านข้างบน ทีแรกๆผมตั้งมั่นว่าคืนวันนี้จะพักที่เมืองนี้ เพราะเหตุว่าแพลุกลี้ลุกลนเอาไว้ว่าน่าใกล้จะถึงตอนเวลาบ่ายๆคงจะไม่มีรถยนต์ขึ้นไปยังข้างบนแล้ว แล้ววันพรุ่งค่อยนั่งรถยนต์ขึ้นไปยังหมู่บ้าน Chame แม้กระนั้น…เมื่อทันรถยนต์ท่องเที่ยวในที่สุด ผมก็เลยตกลงใจที่จะเดินทางต่อเลย ขั้นต่ำผมก็จะได้มีเวลามากขึ้นมาอีกวัน เพียงพอรถตู้หยุดปุบปับ ก็มีคนมาเรียก ” Chame Chame Manang Manang ” ผู้ใดที่จะขึ้นไปยังหมู่บ้านข้างบน สามารถขึ้นรถเหมาะนี้เลยจ้ะขอรับ จะเป็นรถปิคอัพ Jeep ค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสาร 2,000 รูปี นั่งได้ 6 คนรวมผู้ขับ จัดว่าอึดอัดมากมายนะครับสำหรับ 6 คน ก่อนที่จะพวกเราจะเดินทางต่อ อย่าลืมไปเช็คพ้อยท์ด้วยครับผมที่ตรงท่ารถยนต์นี้จะมีจุดเช็คพ้อยท์อยู่ เช็คพ้อยท์เสร็จก็เดินทางกันต่อเลยนะครับ ใช้เวลาสำหรับเพื่อการเดินทาง 6-7 ชั่วโมง กับระยะทาง 65 กม. ถึงว่านานเอามากๆระหว่าทางจะจุดเช็คพ้อยท์เป็นระยะครับ ครั้งใดก็ตามพวกเราถึงจุดเช็คพ้อยท์ พวกเราจำต้องเอา Permit ไปให้ทางเจ้าหน้าเจ้าตาคราวตรวจทาน แล้วเขาจะถามคำถามว่าพวกเราจะเดินทางไปยังจุดไหนต่อ เผื่อพวกเราหลงทางเขาจะได้ตามหาได้ถูกครับผม

ถนนหนทางขึ้นมาจะเป็นทางออฟโรดครับ มีเลนเดียว เวลามีรถยนต์สวนลงมาจำเป็นต้องหยุดให้อีกคันไปก่อน เพียงพอเริ่มขึ้นสูงไปเรื่อยเทือกเขาจะมองใหญ่และก็วิจิตรตระการตามากมายๆเสมือนเอาเทือกเขาบ้านพวกเรา มาวางช้อนกัน 3-4 ชั้น ใหญ่รวมทั้งสูงมากมายๆ

19.30 น. พวกเราขึ้นมาถึงยังหมู่บ้าน Chame ที่ความสูง 2,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล พี่คนขับพาผมมาส่งที่อพาร์เม้นท์ four season guest house คืนละ 300 รูปี มี wifi ด้วยแต่ว่าเล่นมิได้ครับผม มีเครื่องที่ไม่ไว้เพื่อใช้ในการทำน้ำอุ่นด้วย แต่ว่าน้ำไม่ไหล สรุปว่าไม่อาบน้ำละกันวันนี้ด้วยเหตุว่าอากาศหนาวมากมายๆ– 8 องศา

รู้สึกอ่อนล้าเอามากๆวันนี้ นั่งรถยนต์ตลอดวัน น้ำก็มิได้อาบ หอพักจะเป็น 2 เตียงอย่างนี้ครับผมมีผ้าที่มีไว้ห่มให้ แต่ว่าถ้าเกิดไปตอนหน้าหนาวราวกับผม เอาไม่อยู่ครับผม คืนวันนี้ถือได้ว่าคืนที่ทรมาทรกรรมมากมายๆครับผม เกิดขึ้นมาไม่เคยพบอากาศแบบงี้มาก่อน ทำให้นอนไม่หลับตลอดคืน ฮีตเตอร์ก็ไม่มี หนาวมากมายๆครับผม ขนาดสวมเสื้อ 4 ตัว กางเกง 3 ตัว ถุงนอน -10 องศาที่ผมชื้อจากทราเมล ก็เอาไม่อยู่ ครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอดทั้งคืนครับผม